วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เปิดทุกวัน เวลา 6.30-18.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑ์ในวัดเปิดเวลา 8.30-16.30 น.

วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2484 และเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2485 สร้างในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้สร้างวัดขึ้นบริเวณใกล้เคียงกับอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญเพื่อเป็นอนุสรณ์การปกครองระบอบประชาธิปไตย และกำหนดให้แล้วเสร็จทันวันชาติ คือวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สร้างวัดขึ้นโดยให้ชื่อว่า วัดประชาธิปไตย ระหว่างการก่อสร้าง พลเรือตรี หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ (ขณะมียศเป็นนาวาเอก หลวงธำรงค์นาวาสวัสดิ์) ได้เดินทางไปขอพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดีย รวมทั้งกิ่งพระศรีมหาโพธิ 5 กิ่งจากต้นที่สืบเนื่องมาจากต้นที่พระพุทธเจ้าเสด็จ ประทับ และตรัสรู้ พร้อมดินจากสังเวชนียสถานคือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน รัฐบาลได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ต้นพระศรีมหาโพธิและดินดังกล่าวมาประดิษฐานที่วัดซึ่งกำลังสร้างนี้ ได้มีการตั้งนามวัดว่า วัดพระศรีมหาธาตุ และถวายเป็นเสนาสนะเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2485วัดพระศรีมหาธาตุมีถาวรวัตถุที่สำคัญคือพระเจดีย์ศรีมหาธาตุซึ่งภายในมีเจดีย์องค์เล็กประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและที่ผนังมีช่องบรรจุอัฐิของผู้ทำประโยชน์แก่ประเทศซึ่งรัฐบาลและสภาผู้แทน เห็นสมควร และยังมีพระศรีสัมพุทธมุนี เป็นพระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยซึ่งเดิม ประดิษฐานที่วังหน้า

 
             วัดนางพญานั้นหลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อมาก่อนในฐานะเป็นวัดที่เป็นแหล่งกำเนิดของ 1 ในพระเครื่องเบญจภาคี ซึ่งเป็นวัดที่น่าจะสร้างขึ้นในช่วงสมัยอยุธยา ประมาณปี พ.ศ.2120 สันนิษฐานว่าสร้างโดยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระนางวิสุทธิกษัตรีย์พระราชชนนีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)ซึ่งสิ่งแรกที่เรามาถึงวัดนางพญาก็คือพระอุโบสถของวัดครับ ซึ่งเดิมทีพระอุโบสถนี้เป็นวิหาร ต่อมาวิหารทรุดโทรมลง ทางวัดจึงได้ให้มีการบูรณะใหม่แล้วเปลี่ยนเป็นพระอุโบสถแทน (บูรณะจนสูญเสียคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไปจนไม่สามารถศึกษาสภาพของวิหารเดิมได้เลย)
   
 

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ตามถนนบรมไตรโลกนารถ ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย เคยเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่า ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงสร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดนี้ เมื่อ พ.ศ. 2007 เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน โดยมีข้าราชบริพาร ออกบวชตามเสด็จถึง 2,348 รูป มีโบราณสถานสำคัญคือ ปรางค์แบบขอมขนาดย่อม ฐานกว้าง 11 เมตร ยาว 18 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าก่อเป็นแบบตรีมุข ตั้งบนฐานสูงซ้อนกันสามชั้น แต่ละชั้นย่อมุมไม้ยี่สิบ มีปูนปั้นประดับลวดลายตามขั้น ตอนล่างแถบหน้ากระดานและบัวหน้ากระดานเป็นลายหงส์ เหมือนกับองค์ปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี สมัยที่ยังสมบูรณ์อยู่มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ใกล้เคียงกันมีมณฑปพระพุทธบาทจำลองซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้สร้างขึ้น แผ่นจารึกหน้ามณฑปมีใจความสรุปได้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2221 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีพระบรมราชโองการให้ใช้ผ้าทาบรอยพระพุทธบาท สลักลงบนแผ่นหิน พระราชทานไว้เป็นที่กราบไหว้ของฝูงชน

   
ส้นทางพิษณุโลก - หล่มสัก อยู่บริเวณกม.ที่ 71 - 72 มีทางแยกเข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ในลำน้ำเข็ก มีความสูงราว 40 เมตร สภาพโดยรอบร่มรื่น ตอนบนเป็นแผ่นหินเรียบ ส่วนตอนล่างเป็นโขดหินใหญ่ ในช่วงฤดูน้ำหลากสายน้ำจะไหลเชี่ยวกราก ส่วนในช่วงที่น้ำน้อยจะแลเห็นน้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้นต่างๆ 3 ชั้น ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับชาวไทยคนละ 10 บาท
   
น้ำตกปอย ตั้งอยู่บริเวณสวนป่ากระยาง ในความดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นน้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงาม ลักษณะของตัวน้ำที่ไหลลงเป็นแผงยาวมีความสวยงามมาก
 
 
<<::ที่ตั้ง::>>

ลำน้ำเข็กเป็นลำน้ำที่กำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขตอำเภอเขาค้อ แล้วไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ น้ำตกแก่งโสภา ที่เลื่องชื่อของพิษณุโลก น้ำตกปอย น้ำตกแก่งซองและน้ำตกสกุโณทยาน แล้วไหลผ่านอำเภอวังทอง ก็ถูกเปลี่ยนเป็นชื่อแม่น้ำวังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่านที่อำเภอบางกระทุ่ม

<<::ลักษณะของน้ำ::>>

เป็นลำน้ำขนาดไม่ใหญ่นัก ในช่วงหน้าฝน น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และในช่วงหน้าแล้วจะเป็นสีเขียวใส ลำน้ำเข็กจะไหลคดเคี้ยวไปตามซอกเขาใหญ่น้อยตั้งแต่ เทือกเขาเพชรบูรณ์จนผ่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จะมีเกาะแก่งมากมาย เช่น แก่งวังน้ำเย็น ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ในเขตพื้นที่หน่วยฯหนองแม่นา และไหลเคียงคู่กับทางหลวงหมายเลข 12 ตามลำน้ำจะมีเกาะแก่งมากมาย ความรุนแรงของกระแสน้ำจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ถ้าเป็นช่วงฝนตกชุก ความรุนแรงของกระแสน้ำจะมากตามไปด้วย

<<::จุดเด่นของลำน้ำ::>>
ลำน้ำเข็กเป็นลำน้ำที่สามารถนำเรือยางมาใช้ล่องแก่งได้อย่างสนุกสนานเร้าใจ ตลอดเส้นทาง คือ ตั้งแต่บ้านปากยาง ตำบลทรัพย์ไพรวัลย์ อำเภอวังทอง ลงไปจนถึงน้ำตกแก่งซองรวมระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องแก่งไม่เกิน 3 ชั่วโมง แล้วแต่ระดับน้ำจะมากหนือน้อย ญึ่งเป็นระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป ตั้งแต่จุดเริ่มต้นล่องแก่งจะพบกับแก่งต่างๆ ที่มีความรุนแรง ตั้งแต่ระดับ 1-2 แล้วค่อยๆ รุ่นแรงถึงระดับ 4-5 ในช่วงท้ายๆ ทำให้มีเวลาซักซ้อมฝีพายก่อนและบางแก่งขะมีความยาวของแก่งต่อเนื่องกันเป็นระยะหลายร้อยเมตร การเดินทางมาล่องแก่งนี้มึความสะดวก เพราะว่าลำน้ำจะอยู่ใกล้ถนน คือลงจากรถยนต์ก็สามารถขึ้นแพยางได้เลย แล้วเมื่อถึงจุดขึ้นจากแพยางก็สามารถขึ้นรถต่อไปด้เช่นกัน ไม่ต้องเดินทางไกลเหมือนสถานที่อื่นๆ
     
     
     
 โรงแรมน่านเจ้า พิษณุโลก 242 ฺBAROMTRIL OKANART RD. PHITSANULOKE 65000 TEL.[055] 244702-5 FAX.[055] 244794 E-mail : nanchaohotel@yahoo.co.th